จากกระทู้ในพันทิป มีใครเป็นมนุษย์เงินเดือน จัดงานแต่งงานในโรงแรมห้าดาว โดยออกค่าใช้จ่ายเอง ทางบ้านไม่ช่วยเลยบ้างคะ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

เราเป็นมนุษย์เงินเดือนที่อยากจัดงานแต่งงานในโรงแรม ห้าดาว เพราะคิดว่ามันเป็นครั้งเดียวในชีวิต ซื้อความสุขให้ตัวเอง โดยเราเป็นคนออกค่าใช้จ่ายเองจากเงินที่หาได้จากการทำงาน ไม่ทราบว่าจะเกินตัวไปหรือเปล่า สำหรับคนที่ไม่ได้มีญาติผู้ใหญ่ออกให้

เท่าที่ทราบ ค่าใช้จ่ายจะประมาณ 500000 ขึ้นไป ซึ่งถ้าคำนวณจากประมาณการได้ซองคงเข้าเนื้อมากพอดู เพราะแขกส่วนใหญ่ก็เป็นเพื่อนร่วมงานที่เป็นมนุษย์เงินเดือนเหมือนกัน และส่วนใหญ่จะเป็นรุ่นน้อง ยังไงก็ไม่มีใครใส่เกินพันแน่นอน แต่ค่าใช้จ่ายจัดงานคิดต่อหัวของแขกแล้วประมาณ 1500 บาทต่อคน

ที่ลังเลเพราะเกรงว่าหลังจากจัดไปแล้วจะไปเสียใจภายหลังว่าเราใช้เงินฟุ่มเฟือยกับตรงนี้ไปหรือเปล่า

ส่วนแฟนเราเขาออกค่าสินสอดอย่างเดียว ประมาณสามสี่แสน

จริง ๆ เงินค่าซอง ยังตกลงกันไม่ได้ด้วยซ้ำว่าใครจะเป็นคนได้

อยากฟังประสบการณ์ของคนที่แต่งงานโรงแรมหรู ๆ แล้วว่าเป็นยังไง คุ้มมั๊ย

จากคุณ     : Pantie
เขียนเมื่อ     : 28 ม.ค. 53 21:56:23

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

เราก็เป็นมนุษย์เงินเดือน เก็บเงินแต่งงานมาเช่นกัน แต่งโรงแรมในเครือ Central แต่ว่าก่อนหน้านั้นก็จะมีพิธีทางศาสนาเช่น ผู้ข้อมือ(คนเหนือ) และยกน้ำชา(ซึ่งฝ่ายเจ้าสาวต้องมีของไหว้บ้านเจ้าบ่าว –> แต่งเข้า)

การแต่งงานไม่ได้แค่งานเลี้ยงกลางคืนค่ะ
1. งานผูกข้อมือ เช้า ที่บ้าน —> คชจ.ค่าบายศรี + ตกแต่ง + ค่าเลี้ยงอาหารกลางวันแขกประมาณ 80 คน + ค่าชุดบ่าวสาว + ค่าครูเรียกขวัญ + ค่าเสื้อผ้า + ค่าของชำร่วย + ค่าการ์ดเชิญ และยังไม่รวมที่นอกเหนือจากนี้อีกนิดหน่อย –> ค่าใช้จ่ายประมาณ 50,000 บาท

2. งานยกน้ำชา บ่าย ที่ร้านอาหาร –> ค่าพิธี(น้ำชา) + ค่าของไหว้ + ค่าของชำร่วย(แขก 20 คน) + ค่าอาหารว่างบ่าย + ค่าการ์ดเชิญ(แขกคนละชุดกับช่วงเช้า/ยอมใส่ชุดแต่งงานเดิม) –> ค่าใช้จ่ายประมาณ 15,000 บาท

3. งานเลี้ยงกลางคืน ที่โรงแรม โต๊ะจีน 40 โต๊ะ ๆ ละ 7500 บาท + ค่าชุดแต่งงาน(ตัด) + ค่าถ่ายรูป + ค่าตกแต่งดอกไม้(เพิ่มเติม) + ค่าของชำร่วย + ค่าการ์ดเชิญ + ค่ารองเท้า + ค่าอื่น ๆ รวม ๆ ประมาณ 400,000 บาท

ทั้ง 3 แบบที่ว่ามา งานที่มีความสุขที่สุดคืองานมัดข้อมือช่วงเช้า รองลงมาคือยกน้ำชา ส่วนงานกลางคืน แม้ว่าจะได้แต่งตัวสวย ห้องหรู ๆ ก็ยังปวดหัวกับค่าใช้จ่าย (โชคดีที่ในซองพออยู่ค่ะ รอดตัวไป) ยังคุยกับสามีว่างานกลางคืน ถ้าเราไม่จัด เราก็สามารถนำเงินนั้นไปตั้งต้นชีวิตได้เลยนะ เพราะค่าใช้จ่ายหลังจากแต่งงานหากมีลูกก็จะพบ
– ค่าฝากท้อง
– ค่าคลอดลูก
– ค่าเลี้ยงลูก / ค่านม / ค่าอาหาร / ค่าโรงเรียน ฯลฯ

ลองเลือกดูนะคะ

ปล.ปกติเวลาไปงานแต่งงานหากจัดในเมือง แขกมักจะมีมารยาทใส่ซองเท่ากับ หรือมากกว่าค่าอาหารต่อหัวอยู่แล้วค่ะ

จากคุณ : noonnin (noonnin)
เขียนเมื่อ : 28 ม.ค. 53 23:03:47

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
เราก็กำลังจะแต่งงาน แต่ขอโทษด้วย ที่มองแตกต่างไปจาก จขกท.นะคะ

ด้วยเงินจัดงานมาจากการทำงานเจ้าสาว +เจ้าบ่าวก็มีสินสอดอย่างเดียว เหมือนกัน และต่างก็รู้ ว่าเราทำงานหนักแค่ไหน ถึงจะได้มีวันนี้.

เลยพึงระลึกเสมอ งานแต่งงานเพียง 1 วัน มันไม่ใช่ความสุขทั้งชีวิต แต่เป็นวันที่เราจะให้สัจะสัญญาว่า จะดูแลกันตลอดไป โดยมีคนที่เรารัก มาร่วมอวยพรให้ ..นี่แหละความสุขที่สัมผัสได้ ทางใจ.

ดังนั้นของเรา คอนเซบ งานเล๊กๆ 300-350 คน ทุกอย่างทำเท่าที่พอเพียง เลือกอาหารอร่อย สถานที่กลางๆ ไม่หวังซองดาบหน้า เพราะเคยเห็นบางงาน จัดใหญ่โต หรูมาก แต่หลังงานเสร็จ บ่าว-สาว ต้องมาผ่อนหนี้สินก้อนโตเลยคะ

** ดังนั้น ถ้าคิดว่าเป็น 1 วัน.. เราว่า โอกาสสำคัญ ทุกโอกาส ก็แค่ 1 วันนะคะ…ท่องไว้ พอเพียงๆ

จากคุณ : วันฉันยังยิ้มได้
เขียนเมื่อ : 29 ม.ค. 53 11:38:16
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
เราจัดงานแต่งงานชอบพิธีงานเช้าผูกข้อมือ ที่บ้านมากที่สุดแล้วค่ะ ประทับใจญาติผู้ใหญ่ให้พร ไกลแค่ไหนก็มางานเรา อันนี้ปลื้มมากๆ
แต่ที่นี้มาจัดงานเย็นค่ะ จัดกลางๆ ไม่เกิน 200000 งานเลี้ยงสำหรับคนที่ไม่ได้ไปร่วมงานเราที่บ้าน ตจว. อันนี้คาดหวังไว้มากว่าคนนั้นคนนี้ต้องมา แต่ดันติดธุระไม่ได้มาหลายคนมากๆ มานั่งคิดทีหลังรู้อย่างงี้เราไม่น่าจัดงานเลี้ยงเย็นเลยค่ะ คือส่วนตัวบอกตามตรงคิดว่าเป็นวันธรรมดาๆ วันนึงเท่านั้นเอง แต่พิธีที่เราขนลุกมากคือ พิธีเช้าที่บ้านค่ะ

จากคุณ : น้องฟักทอง [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 29 ม.ค. 53 11:50:11

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
เพิ่งจะแต่งงานค่ะ…ขออนุญาตแชร์นะคะ

โรงแรม 5 ดาว ไม่สำคัญเท่าไอเดียจัดงาน และธีมงานค่ะ
เพราะห้อง Ball room ที่ไหนโครงสร้าง โทนสี โคมไฟมักจะคล้ายๆ กัน
ธีม และไอเดียของงาน รวมถึงการ organize งานที่ดี ราบรื่น ไม่สะดุด
จะสร้างความประทับใจ ให้กับแขกในงานมากกว่าสถานที่

ค่าใช้จ่ายในการทำงานจะมีจุกจิกนอกเหนือจากค่าจัดงานมากมายค่ะ
ให้บวกสำรองไว้อีก 30% สำหรับค่าจัดงาน จากงบประมาณที่ตั้งไว้

เงินสำรองสำหรับการแต่งงานทั้งหมด ครอบคลุมพอสำหรับค่าแต่งงานทั้งหมดหรือไม่ ถ้าพอ…ก็หายห่วง แต่ถ้าต้องใช้สินเชื่อหรือบัตรเครดิต อย่าลืมบวกค่าดอกเบี้ยไปด้วยนะคะ

แขกในงาน…สำคัญมาก ส่วนใหญ่ถ้าแขกที่เป็นญาติผู้ใหญ่ที่คาดว่าจะใส่ซองตั้งแต่ 6000-10000 หรือมากกว่า…มีจำนวนเกิน 10% ของแขกทั้งหมด…ถือว่าน่าจัดค่ะ รอดตัวไป แต่แขกส่วนใหญ่ที่เป็นเพื่อนๆ จะใส่ตามมารยาทอยู่ที่ 1-2 พันบาท ถ้าเป็นรุ่นน้องอาจจะร้ายกว่านั้นอยู่ที่ 500 ค่ะถึงแม้ว่าจะแต่งที่โรงแรมก็เหอะ

ถ้าแต่งงานแล้วเสมอตัวก็ดีไปค่ะ แต่ถ้าคิดว่าจะขาดทุนแล้วต้องมาร่วมกันใช้หนี้ อยากให้ลองคิดใหม่นะคะ

เพราะหลังแต่งแล้วจะต้องมีค่าใช้จ่ายร่วมกัน ให้เผื่อสำหรับค่าใช้จ่ายตรงนี้…หรือถ้ามีลูกก็จะยิ่งเป็นภาระหนักค่ะ

ของเราแต่งงานแล้ว ยังเหลือกำไรนิดหน่อยพอเป็นเงินสำรองสำหรับชีวิตอนาคต ก็เบาตัวไปค่ะ
แต่เพื่อนเราบางคนแต่งไป…นี่ปีกว่าๆ แล้วยังผ่อนหนี้ไม่หมด บ้าน-รถก็อยากได้ใหม่ แต่รับภาระไม่ไหวอะไรงี้ ลูกอยากมีก็มีไม่ได้ เพราะเลี้ยงเด็กคนนึงภาระหนักไม่ใช่เล่น

จากคุณ : Chic (Changphing) [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 4 ก.พ. 53 18:08:46
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
พึ่งจะแต่งไปเมื่อเดือน มกรา ต้นปีที่ผ่านมานี้ เข้าใจอารมณเจ้าของงานดีค่ะ คิดว่า อยากได้งานดีๆ ประทับใจ แต่คิดว่า ค่าจัดเลี้ยงไม่น่าถึ 500000 บาท นะคะ แต่ก็เข้าใจอารมณืิครั้งหนึ่งในชีวิตจะให้ประหยัดมากสะเลยก็ทำใจไม่ได้อีก อ้อ นอกจากค่าจัดเลี้ยงแล้วอย่าลืมว่า ยังต้องเผื่อค่าอื่น ๆ อีก ได้แก่ ค่าชุด ค่าช่างภาพวันงาน และอื่นๆ ก่อนอื่นลองลดงบประมาณ ของตัวเอง เท่าไหร่ที่ไม่เดือดเนื้อร้อนใจภายหลัง งานตัวเองตั้งเฉพาะค่าจัดเลี้ยงไว้ไม่ควรเกิน 300000 บาท อันนี้ ทั้งหมั้น และ แต่ง แล้วลองดูโรงแรม ที่ดูดีดี แขกงานหมั้น 50 แขกงานแต่งมีประมาณ 270 คน (เฉพาะที่สนิท ๆ แขกเยอะเกินไปโดยส่วนตัว คิดว่ามันไม่มีความหมายอะไร ) คอยคุมงบประมาณให้ดี ต่อลองกับโรงแรมให้ดี หลังจบงานสรุปค่าใช้จ่ายจากซองแล้วยังเหลือประมาณ 1 แสนบ้านไม่ขาดทุน และไม่รู้สึกกลุ้มใจด้วยค่ะ
ถ้าคิดอยากเลือกโรงแรม แนะนำให้ไปเดินงาน ที่เขารวมตัวโรงแรมมาออกบูธ ตอนงานไปเลือกจากงานที่จัดที่สิริกิต์ จัดประมาณเดือน พฤษภา ค่าโต๊ะจีนได้ลด 10 % อยากได้อะไรก็ขอให้หมด ปรากฏ จัดงานหมั้น แยกวันวันที่โรงแรมที่เลือกนี้ หมดค่าใช้จ่ายไปตามค่าโต๊ะจีน 9900 (ราคาลดแล้ว x 27 โต๊ะ ประมาณ 267300 บาทค่ะ ) อ้อส่วนตัวชอบโรงแรมแนวโมเดิน์ก็ไปเดินดูก่อนที่โรงแรมจริงก่อนจะมีงาน (เป็นโรงแรมพึ่งเปิดใหม่แถวสุุขมวิท )ได้จัดงานหมั้นฟรี มีเครื่องดื่มให้ LCD present ฟรี ได้ห้องพักฟรี 3 คืน ฯลฯ และไม่มีค่า charge อื่นๆ ต่าง หาก แล้วก็เวลาเตรียมงาน ให้คอยคำนวณค่าใช้จ่าย และควบคุมให้ดีดี ส่วนความประทับในงานจะเกิดขึ้นได้ มันอยู่ที่ sequence อีกประมาณ 50 % ในงานมากกว่าเรื่องสถานที่ด้วยนะคะ

จากคุณ : ployra
เขียนเมื่อ : 7 ก.พ. 53 20:57:26 A:206.53.152.41 X:
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ข้อมูลสะสมเพิ่มเติม http://hudchewman.wordpress.com/tag/งานแต่ง/

Advertisements